อธิบดี พช. ประสานพลังไตรภาคี หนุน สนช.ประกาศความสำเร็จ AgTech4OTOP ดึงสตาร์ทอัพสร้างแพลตฟอร์มตลาดเสริมจุดแข็ง OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น

อธิบดี พช.ประสานพลังไตรภาคี หนุน สนช.ประกาศความสำเร็จ AgTech4OTOP ดึงสตาร์ทอัพสร้างแพลตฟอร์มตลาดเสริมจุดแข็ง OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น

วันที่ 6 มีนาคม 2564

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธีปิดโครงการสร้างตลาดรูปแบบใหม่จากวิสาหกิจเริ่มต้นด้านการเกษตรสำหรับกลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น จัดโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โดยมี ดร.สุภาพ อัจฉริยศรีพงศ์ กรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) นางสาวมนฑา ไก่หิรัญ ผู้จัดการส่งเสริมนวัตกรรม ฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน นางสาวมนชนก ธนสันติ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ นายนฤศันส์ ธันวารชร บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด นางจุฑารัตน์ พัฒนาทร ผู้อำนวยการฝ่ายประกันคุณภาพ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยกลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์ท้องถิ่น สตาร์ทอัพด้านการเกษตร สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ณ ลานเอเทรียม ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

โครงการสร้างตลาดรูปแบบใหม่จากสตาร์ทอัพด้านการเกษตรสำหรับกลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น หรือ AgTech4OTOP ริเริ่มโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมมือกับ 3 พันธมิตร ได้แก่ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ โดยมีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นฝ่ายเลขานุการ ซึ่งมีกลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น หรือกลุ่มเกษตรกรชุมชน ที่ผ่านการคัดเลือกนำร่องจำนวน 50 กลุ่ม ครอบคลุมทั้ง 4 ภาค จำนวน 28 จังหวัด 39 ชนิดสินค้า สร้างโอกาสให้สตาร์ทอัพด้านการเกษตรไทย จับมือกับกลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ใช้เรื่องราวดึงเอกลักษณ์และคุณค่าของสินค้าเกษตรที่โดดเด่น สร้างสรรค์สินค้า สร้างแผนการตลาดร่วมกันบนแพรตฟอร์มของสตาร์ทอัพ ส่งให้สินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ก้าวสู่ช่องทางตลาดรูปแบบใหม่ สร้างการเติบโตของยอดขายอย่างก้าวกระโดด

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า “การดำเนินโครงการสร้างตลาดรูปแบบใหม่จากวิสาหกิจเริ่มต้นด้านการเกษตรสำหรับกลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น หรือ AgTech4OTOP ภายใต้การสนับสนุนจากคณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ ซึ่งเป็นการต่อยอดกับผลงานที่รับมอบจากรัฐบาลในการพัฒนาสตาร์ทอัพ ให้เป็นนักบุกเบิกทางเศรษฐกิจใหม่ (New Economic Warrior) โดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ทอัพด้านการเกษตรมีความสำคัญสูงมากสำหรับประเทศไทย พลิกโฉมให้เศรษฐกิจชุมชนเติบโต แก้ไขปัญหาด้วยรูปแบบใหม่ๆ ตลอดห่วงโซ่มูลค่าเพิ่มด้านการเกษตร

กล่าวได้ว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราดึงเอา 10 สตาร์ทอัพ มาเจอกับ 50 กลุ่มพี่น้อง OTOP ในอัตราส่วน 1:5 เพื่อพัฒนา
ผลิตภัณฑ์เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น อาทิ ส้มโอนครชัยศรี จ.นครปฐม สับปะรดนางแล ภูแล จ.เชียงราย ทุเรียนป่าละอู จ.ประจวบคีรีขันธ์ มะปี๊ด จ.จันทบุรี เป็นต้น ให้ขึ้นบนแพลตฟอร์มของสตาร์ทอัพ ภายใต้มีเมนเทอร์ระดับมืออาชีพ ที่เข้าใจการตลาดสมัยใหม่ พร้อมเครือข่ายความร่วมมือต่างๆ ร่วมสนับสนุนและให้คำแนะนำตลอดโครงการ โดยการลงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อสรุปแผนการพัฒนาสินค้ำ ทั้งการเล่าเรื่อง การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ตราสินค้า
กระบวนการผลิต นอกจากนี้กลุ่ม OTOP ยังเข้าใจวิธีการขายทางออนไลน์ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองได้ในอนาคต ให้ภาพลักษณ์ใหม่เกิดขึ้นกับวงการเกษตรที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้

วันนี้เราจึงไม่ถือว่าเป็นวันปิดโครงการ แต่เป็นวันประกาศความสำเร็จที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ3 พันธมิตร ได้แก่ กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่สำคัญอย่างยิ่งคือสตาร์ทอัพด้านการเกษตร และ กลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ร่วมสร้างขึ้น รับรองได้ว่าโครงการนี้จะถูกผลักดันและต่อยอดในปีต่อ ๆ ไปอย่างแน่นอน โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) จะขยายความร่วมมือไปสู่ทุกภาคีเครือข่ายให้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะภาคเอกชน เป็นการนำนวัตกรรมมาตอบโจทย์ ลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการตลาด เพื่อดำเนินการได้อย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน ต่อไป”

ด้าน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ขอขอบคุณ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่ได้ริเริ่มโครงการสร้างตลาดรูปแบบใหม่จากวิสาหกิจเริ่มต้นด้านการเกษตรสำหรับกลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น หรือ AgTech4OTOP ที่มีความสอดคล้องกับภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชน ในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้ขยายตัว ซึ่งเป็นการอำนวยประโยชน์ให้เกิดโอกาสที่ดีสำหรับพี่น้อง OTOP ซึ่งแม้ว่าในการเริ่มต้นครั้งนี้ จะมีเพียง 50 กลุ่ม OTOP สาขาเกษตรอัตลักษณ์ก็ตาม แต่จากที่ได้เห็นสุดยอดผลงานในวันนี้แล้วมั่นใจได้ว่า สินค้า OTOP ที่กรมการพัฒนาชุมชนร่วมกับภาคีเครือข่ายมุ่งขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2544 หรือกว่า 19 ปี ปัจจุบันมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จำนวน 92,475 ราย/กลุ่ม มีผลิตภัณฑ์ OTOP จำนวน 206,236 ผลิตภัณฑ์ อยู่ทั่วทุกจังหวัดมีอนาคตที่สดใสรออยู่อย่างแน่นอน เรื่องที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การสร้างประเทศไทย 4.0 ที่รัฐมนตรีท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อน ครั้งนี้จึงเป็นรูปประธรรมหนึ่งของประเทศไทย 4.0 โดยอาศัยคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นกำลังต่อยอดในเรื่องของผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP กำจัดจุดอ่อน ยกระดับพัฒนาผลิตภัณฑ์ ปรับรูปโฉมและคุณภาพ ให้เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย วันนี้คือวันที่เราจะร่วมก้าวย่างไปอย่างหนักแน่นทลายกำแพงในเรื่องของการตลาด และเสริมต่อยอดในเรื่องของชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อันเป็นส่วนขยายฉายภาพคุณค่าภูมิปัญญาของบรรพบุรุษได้เป็นอย่างดี อาทิ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นงานหัตถกรรม หรืออาหารการกิน สมุนไพร เป็นต้น

ในนามของกรมการพัฒนาชุมชน ยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในภาคี ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โครงการนี้เสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ของพี่น้องชาว OTOP กว่า 9 หมื่นกลุ่ม ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใด จะได้รับการยกระดับให้เกิดความแพร่หลายสู่สากล ขอให้กำลังใจและชื่นชมพลังฝีมือของสตาร์ทอัพทุกคนที่นำพาผลิตภัณฑ์ OTOP ไปสู่ผู้บริโภคที่กว้างใหญ่ไพศาลเพิ่มมากขึ้น วันนี้จึงไม่ใช่วันปิดโครงการ แต่วันนี้เป็นวันที่เราประกาศชัยชนะเหนือจุดอับ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งความหวังไว้ ขอให้คำมั่นในฐานะตัวแทนกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เราพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ร่วมส่งเสริม และสนับสนุน ให้เกิดการพัฒนาต่อยอดและขยายผลเพื่อให้ชุมชนมีความเข็มแข็งด้วยความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต่อไป” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าว

(Visited 1 times, 1 visits today)