การตลาด

การดำเนินงานส่งเสริมด้านการตลาด  เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP มีรายได้เพิ่มขึ้น  กรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินการส่งเสริมทั้งรูปแบบการตลาด Offline เช่น การดำเนินงานศูนย์แสดงและจำหน่าย OTOP ตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้ การจัดแสดงและจำหน่ายในลักษณะงาน Event และรูปแบบการตลาด Online

การตลาดระดับชุมชน 

1. ศูนย์แสดงและจำหน่าย OTOP

กรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินงานโครงการ “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544   ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชนดำเนินการจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น การพัฒนาผู้ประกอบการ OTOP  การพัฒนาผลิตภัณฑ์  และการเพิ่มช่องทางการตลาด  ซึ่งวิธีการหนึ่งคือการส่งเสริมสนับสนุนให้มีศูนย์จัดแสดง จำหน่ายและกระจายสินค้า OTOP เพื่อเป็นศูนย์กลางการจำหน่ายสินค้าโอทอป

                 วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นศูนย์กลางการจำหน่ายสินค้าโอทอป

 

2. ตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้

คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 เห็นชอบในหลักการให้ดำเนินโครงการตลาดประชารัฐ ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีวิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด โดยบูรณาการตลาดประชารัฐ ทั้ง 9 ประเภท ภายใต้โครงการตลาดประชารัฐ และให้ดำเนินการพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 โดยโครงการตลาดประชารัฐบูรณาการโครงการที่ดำเนินการเกี่ยวกับตลาดที่อยู่ในความรับผิดชอบ มุ่งเน้น การขยายพื้นที่ตลาดที่มีอยู่เดิมและพัฒนาตลาดใหม่ เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการตลาด ให้ผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มประเภทสินค้าในแต่ละระดับมีที่ค้าขายให้แก่เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการที่เดือดร้อน จากการไม่มีสถานที่ค้าขาย ลงทะเบียนเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ จัดสรรลงพื้นที่ตลาดที่เข้าร่วมโครงการ อันจะนำมาซึ่งรายได้เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตต่อไป

2.1 แนวคิดของโครงการ

1) ส่งเสริมให้มีพื้นที่การตลาดใหม่

2) ส่งเสริมให้ประชาชนมีพื้นที่ค้าขายเพิ่มมากขึ้นโดยขยายผลพื้นที่เดิม

3) ส่งเสริมผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มประเภทสินค้า (สินค้าเกษตร OTOP SMEs วิสาหกิจชุมชน ร้านอาหาร หาบเร่ แผงลอย)

4) ส่งเสริมผู้ประกอบการแต่ละระดับ

5) ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากการไม่มีสถานที่ค้าขาย

6) ดำเนินการครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภูมิภาค

7) เปิดโอกาสผู้ประกอบการในการพัฒนาและแข่งขัน

2.2 หลักการของโครงการ

1) ร่วมบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบตลาดประชารัฐ

2) สร้างพื้นที่ให้ผู้ซื้อและผู้ขายมาพบกันอย่างเป็นธรรมชาติโดยรุกเข้าไปหาผู้ซื้อ

3) ช่วยให้มีการลดต้นทุนทางการตลาดอย่างเหมาะสม

4) ภาคเอกชนมีส่วนร่วมเปิดตลาดประชารัฐ โดยเฉพาะผู้ค้า Modern Trade

5) ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการรายใหม่ ให้แยกจากผู้ประกอบการเดิมอย่างชัดเจน

6) ยกระดับสินค้าทุกประเภทให้มีคุณภาพมาตรฐานที่ปลอดภัย

2.3 ตลาดประชารัฐ 9 ประเภท

ตลาดประชารัฐ ภายใต้โครงการตลาดประชารัฐ จำแนกออกเป็น 9 ประเภท ตามความ รับผิดชอบของหน่วยงาน ดังนี้

1) ตลาดประชารัฐ Green Market  ดำเนินการโดย องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย

ลักษณะตลาด : ตลาดอาหารสุขภาพ (Green Market)

แนวคิด : เปิดพื้นที่ตลาดใหม่ ขยายพื้นที่ตลาดเดิม กระจายอยู่ในภูมิภาค ยกระดับมาตรฐานสินค้า ทางการเกษตรและอาหารปลอดภัย

                        2) ตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้  ดำเนินการโดย กรมการพัฒนาชุมชน

ลักษณะตลาด : สินค้าเกษตร OTOP หาบแร่ และแผงลอย

แนวคิด : บริหารจัดการพื้นที่เดิม เพิ่มผู้ประกอบการ โดยขยายพื้นที่และวันดำเนินการ โดยเพิ่มจากทุกวันจันทร์ พุธ และ ศุกร์ เป็นอีกอย่างน้อย 1 วัน (วันอังคาร และ/หรือ พฤหัสบดี) เพื่อให้เกษตรกรนำผลผลิตมาขาย ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์

                        3) ตลาดประชารัฐท้องถิ่นสุขใจ  ดำเนินการโดย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

ลักษณะตลาด : สินค้าเกษตรกรในท้องถิ่น

แนวคิด : (1) บริหารจัดการเพิ่มพื้นที่การขายในตลาดเดิม ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารตลาด ลดค่าธรรมเนียมการเช่า เปิดโอกาสให้เกษตรกรรมนำผลิตผลมาขายเอง (2) เพิ่มวันทำการ โดยเฉพาะตลาดถนนคนเดินเดิม  (3) ลดค่าธรรมเนียมให้ผู้ค้ารายใหม่ โดยเฉพาะเกษตรกรที่นำผลผลิตมาค้าขายเอง

                        4) ตลาดประชารัฐ กทม. คืนความสุข  ดำเนินการโดย กรุงเทพมหานคร

ลักษณะตลาด : ตลาดค้าขายอาหารปรุงสด ของชำ เสื้อผ้า โดยตลาดเป็นแบบไม่มีโครงสร้าง

แนวคิด : จัดที่ทำการค้าเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากการไม่มีสถานที่ค้าขาย รวมทั้ง จัดจำหน่ายสินค้า OTOP ของทั้ง 50 เขตในกรุงเทพมหานคร

                        5) ตลาดประชารัฐของดีจังหวัด  ดำเนินการโดย จังหวัด และบริษัทประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด

ลักษณะตลาด : ตลาดเฉพาะกิจจำหน่ายสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดและการแลกเปลี่ยนสินค้า ระหว่างจังหวัด โดยจะพิจารณาจัดในช่วงฤดูกาล/งานสำคัญ/งานประเพณีที่สำคัญ

แนวคิด : (1) การจำหน่ายสินค้าที่มีความโดดเด่นในพื้นที่ สินค้าตามฤดูกาล สินค้าที่ล้นตลาด เช่น ตลาดปลา ผลไม้ ข้าวสาร  (2) การส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด (3) การแลกเปลี่ยนการขายสินค้าระหว่างจังหวัด

                        6) ตลาดประชารัฐ Modern Trade  ดำเนินการโดย กระทรวงพาณิชย์ จังหวัด และบริษัทประชารัฐ รักสามัคคีจังหวัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด

ลักษณะตลาด : ตลาดเฉพาะกิจในพื้นที่ของห้างสรรพสินค้า

แนวคิด : กระทรวงพาณิชย์ จังหวัด และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ร่วมกับห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ดำเนินการในลักษณะสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม (Creating Share Value : CSV) เพื่อให้ผู้ประกอบการระดับชุมชน เกษตรกร ได้มีโอกาสค้าขายใน ห้างสรรพสินค้า เป็นการสร้างโอกาสเชิงรุกหาลูกค้า

                        7) ตลาดประชารัฐของดีวิถีชุมชน ธ.ก.ส.  ดำเนินการโดย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ลักษณะตลาด : แหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตร/เกษตรอินทรีย์/สินค้าชุมชน/ของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องแต่งกาย สมุนไพร

แนวคิด : เพิ่มพื้นที่ทางการตลาดบริเวณหน้าธนาคาร สร้างมาตรฐานสินค้า เปิดพื้นที่ค้าขายสินค้า บริเวณปั้มน้ำมัน ปตท. และบางจาก การทำ Matching product กับ ธ.ก.ส. สาขาอื่น

                        8) ตลาดประชารัฐต้องชม  ดำเนินการโดย กระทรวงพาณิชย์

ลักษณะตลาด : ตลาดชุมชนที่มีเอกลักษณ์พาณิชย์ (การปิดป้ายแสดงราคา เครื่องชั่งเที่ยงตรง ราคาเป็นธรรม) และอัตลักษณ์ของชุมชน (ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิต) ผสมผสานยกระดับเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวของชุมชน

แนวคิด : ส่งเสริมการจัดการตลาดชุมชนที่มีความพร้อมที่มีอัตลักษณ์ของท้องถิ่น การท่องเที่ยวชุมชน กระตุ้นการค้าขาย โดยดำเนินการในปี 2559-2560 จำนวน 151 แห่ง ในปี 2561 คาดว่าจะเพิ่มเติม 77 แห่ง (77 จังหวัด)

                        9) ตลาดประชารัฐ ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม  ดำเนินการโดย กระทรวงวัฒนธรรม

ลักษณะตลาด : ตลาดของชุมชน จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง สินค้าวัฒนธรรมของชุมชน

แนวคิด  :  ส่งเสริมการตลาดสินค้าวัฒนธรรม เปิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรม   เปิดโอกาสให้ประชาชนมีพื้นที่ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชน การแสดงและ การสาธิตทางวัฒนธรรม และการบริการทางวัฒนธรรม ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนกินดีอยู่ดี สร้างรายได้ให้ชุมชน รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 – 2560 ได้ดำเนินการเปิดถนนสายวัฒนธรรมแล้ว 32 แห่ง 28 จังหวัด และ ในปีงบประมาณ 2561 ให้ดำเนินการครอบคลุมทั่วประเทศ 76 จังหวัด

3. ฐานข้อมูล OTOP TO THE TOWN

3.1 ความเป็นมา

ตามที่ รัฐบาลได้มอบหมายให้ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการนำ   ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกับทรัพยากรในชุมชน แปรรูปเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในระดับฐานรากประเทศ จึงได้จัดทำโครงการ OTOP TO THE TOWN ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี งบประมาณ 2558

3.2 วัตถุประสงค์ของโครงการ

                        1) เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

2) เพื่อเป็นการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น/ชุมชนสู่ตลาดสากล

3) เพื่อสนับสนุนให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้เกิดการเรียนรู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ และรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น

4) เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP มีรายได้เพิ่มขึ้น

5) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้มีความรู้ความเข้าใจกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนในการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคต

 

 

การตลาดระดับภูมิภาค

การจัดงาน OTOP ภูมิภาค 

รัฐบาลมีนโยบายให้การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อให้แต่ละชุมชนสามารถใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่ในการพัฒนาสินค้า โดยรัฐพร้อมที่จะสนับสนุน ให้ชุมชนได้เข้าถึงองค์ความรู้สมัยใหม่ แหล่งทุน และการตลาด เพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากชุมชนสู่ตลาดทั้งใน และต่างประเทศ กอปรกับการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ (OTOP) ให้มีความรู้ ความเข้าใจในประเทศภูมิภาคอาเซียน สามารถรองรับการแข่งขันในเชิงรุกในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

กรมการพัฒนาชุมชน ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่ให้การสนับสนุน ส่งเสริม และดูแลสินค้า (OTOP) จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการจัดงาน (OTOP) ภูมิภาค เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาในการพัฒนาสินค้า เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาสินค้า (OTOP) รวมทั้งสร้างโอกาสช่องทางการตลาดแก่สินค้า (OTOP)

1. วัตถุประสงค์

                           1)  เพื่อสืบสานการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาสินค้า (OTOP)

2)  เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)

3)  เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (OTOP)

4)  เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ (OTOP) จากภูมิปัญญาท้องถิ่นเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น และชุมชนสู่ตลาดระดับภาค

5)  เพื่อสนับสนุนและพัฒนาให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ (OTOP) ได้เรียนรู้ทักษะด้านการบริหารจัดการ และการตลาด

6) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ (OTOP) ให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต

2. กิจกรรม ประกอบด้วย

1) การจัดพิธีเปิดงานด้วยการจัดให้มีการแสดงที่สะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมภาคต่าง ๆ การอนุรักษ์     และสืบสานภูมิปัญญาไทย โดยกราบเรียนเชิญนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน

2) การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP และอาหารเด่น OTOP ชวนชิม โดยการกำหนดโควตาให้จังหวัดคัดเลือกผลิตภัณฑ์ OTOP ในระดับ 3-5 ดาว รวมทั้งการจำหน่ายอาหารชวนชิมของทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานครและอาหารฮาลาล

3) กิจกรรมสนับสนุนและส่งเสริมการจำหน่ายประกอบด้วย

– การประชาสัมพันธ์                          – การส่งเสริมการขาย

– การรักษาความปลอดภัย และการจราจร – การอำนวยการในระหว่างงาน

– การรักษาพยาบาล                          – การประเมินผล

 

การตลาดระดับประเทศ

1. การจัดงาน OTOP Midyear 

กรมการพัฒนาชุมชน ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดำเนินการส่งเสริมการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ที่มีคุณภาพและมีศักยภาพ ได้นำเสนอผลงานที่มีคุณภาพไปสู่ตลาดสากล เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างรายได้ให้กับชุมชน  ซี่งกรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดงาน OTOP  Midyear  ตั้งแต่ปี 2546

วัตถุประสงค์

1) เพื่อจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP

2) เพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP ทำให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP มีรายได้เพิ่มขึ้น

3) เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP

4) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้มีความรู้ ความเข้าใจในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต

 

2.การจัดงานศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี

ดังพระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานไว้ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2532 ความว่า “…ข้าพเจ้านั้นภูมิใจเสมอว่า คนไทยมีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา หรืออาชีพใด อยู่สารทิศใด คนไทยมีความละเอียดอ่อน และฉับไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด ขอเพียงแต่ให้เขามีโอกาสได้เรียนรู้และฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้..”

ดังนั้น จึงทรงริเริ่มให้มีการฟื้นฟู และพัฒนางานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จนกระทั่งก่อตั้งเป็น “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ” ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาค ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยส่งเสริมการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชนสู่ตลาดโลกทั้งในประเทศและต่างประเทศ กอปรกับการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้มีความรู้ ความเข้าใจในประเทศภูมิภาคอาเซียน สามารถรองรับการแข่งขันในเชิงรุกในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน กรมการพัฒนาชุมชน ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดำเนินการส่งเสริมการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ จึงได้จัดทำโครงการศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี   เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดและ สร้างรายได้ให้กับชุมชน และเผยแพร่มรดกทางภูมิปัญญาไทยไปสู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเริ่มดำเนินการครั้งแรกเมือ ปี พ.ศ. 2555

วัตถุประสงค์

1) เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงช่วยเหลือราษฎร  ให้มีอาชีพเสริม เพิ่มพูนรายได้อย่างกว้างขวางออกไปหลายแขนง อันเป็นที่มาของโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ

2) เพื่อจัดแสดง เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ งานศิลปาชีพให้พสกนิกรชาวไทยได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระแม่เจ้าแห่งแผ่นดินที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปะฝีมือ ภูมิปัญญาของคนไทยให้คนทั้งโลกได้ชื่นชมและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพอันทรงคุณค่ายิ่ง

3) เพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP ทำให้ผู้ประกอบการ OTOP มีรายได้เพิ่มขึ้น และเพิ่มรูปแบบการจำหน่ายในลักษณะขายส่ง

4) เพื่อเผยแพร่มรดกทางภูมิปัญญาไทยที่มีคุณภาพมาตรฐานไปสู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

5) เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างศูนย์แสดงสินค้าจำหน่าย และกระจายสินค้า OTOP กับเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

6) เพื่อส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจระหว่างสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว บริษัทท่องเที่ยว บริษัทผู้ส่งออกสินค้ากับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว (OVC)

7) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้มีความรู้ ความเข้าใจในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต

 

3. ฐานข้อมูลการจัดงาน OTOP CITY 

กรมการพัฒนาชุมชนได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการส่งเสริมการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP โดยการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการของกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยใช้เครือข่ายองค์ความรู้ (KBO) จังหวัด เป็นกำลังในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการสนับสนุนด้านการตลาด โดยเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ (OTOP) ทั้งในระดับพื้นที่อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศในกรุงเทพมหานคร หรือปริมณฑล เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ที่ขายสินค้าได้มากที่สุด จึงได้กำหนดจัดงาน “OTOP CITY ” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ (OTOP) ที่มีคุณภาพและมีศักยภาพ ได้นำเสนอผลงานและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพไปสู่ตลาดสากล เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด และสร้างรายได้ให้กับชุมชน ซี่งกรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดงาน OTOP CITY ตั้งแต่ปี 2546

วัตถุประสงค์

1) เพื่อจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)

2) เพิ่มช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) และสร้างรายได้ให้กับชุมชน

3) เพื่อประชาสัมพันธ์การดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)

4) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ (OTOP) ให้มีความรู้ ความเข้าใจในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนในการก้าวสู่ประชาชมอาเซียนในอนาคต

 

 

การตลาดระหว่างประเทศ

                 OTOP สองแผ่นดิน

1. ความเป็นมา  รัฐบาลได้มีนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ในการส่งเสริมอาชีพผลิตสินค้า OTOP เพื่อให้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของ ประชาชนและมุ่งเน้นการพัฒนาช่องทางการตลาดเชิงรุกในทุกรูปแบบ รวมทั้งการเชื่อมโยงสินค้าของชุมชนสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ และต้องการให้เครือข่ายผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เข้ามาเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง  จึงได้จัดทำ “โครงการจัดแสดง และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน”ขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544  เพื่อสนับสนุนให้เครือข่ายผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้เรียนรู้ทักษะด้านการบริหารจัดการและการตลาด  อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเตรียมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

2. วัตถุประสงค์

1) เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ OTOP

2) เพื่อให้ OTOP Trader และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ของจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อชายแดนได้เรียนรู้แนวทางในการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนประเทศเพื่อนบ้าน

3) เพื่อให้ OTOP Trader และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ของจังหวัดที่มีพื้นที่ติดต่อชายแดนได้มีโอกาสเจรจาทำการค้ากับนักธุรกิจของประเทศเพื่อนบ้าน

4) เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการค้าและความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

3. วิธีการดำเนินการ  

1) ดำเนินการโดยจังหวัดที่มีชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน 28 จังหวัด จำนวน 30 ครั้ง

2) กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายในแต่ละครั้ง ดังนี้

รูปแบบที่ 1 จัดแสดงและจำหน่ายในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านจะต้องมี OTOP Trader และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ของจังหวัดชายแดนและจังหวัดข้างเคียง เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายไม่น้อยกว่า 50 ราย (ในจำนวนนี้เป็น OTOP Trader อย่างน้อย 1 จังหวัด)

รูปแบบที่ 2 จัดแสดงและจำหน่ายภายในจังหวัด โดยพิจารณาบริเวณชายแดนเป็นลำดับแรก และจะต้องมี OTOP Trader และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ของจังหวัดชายแดนและจังหวัดข้างเคียงเข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายไม่น้อยกว่า 60 ราย และต้องมีการเชิญผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้าชุมชนของประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายไม่น้อยกว่า 10 ราย

4. สถานที่ดำเนินงาน  จังหวัดที่พื้นที่ติดชายแดน 28 จังหวัด จำนวน 30 ครั้ง ซึ่งสถานที่จัดงานสามารถดำเนินการได้ใน 2 รูปแบบ โดยเลือกรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งได้แก่ รูปแบบที่ 1 จัดแสดงและจำหน่ายในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านติดเขตชายแดนไทย และรูปแบบที่ 2 จัดแสดงและจำหน่ายภายในจังหวัด โดยพิจารณาบริเวณชายแดนเป็นลำดับแรก

5. หลักเกณฑ์การพิจารณาเข้าร่วมโครงการ

1) จังหวัดที่มีพื้นที่ติดเขตชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

2) จังหวัดที่มีศักยภาพและความพร้อมในการนำคณะผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ไปจำหน่ายสินค้าในประเทศเพื่อนบ้าน

3) เคยได้รับงบประมาณ แต่สามารถของบประมาณตามแผนยุทธศาสตร์จังหวัดสมทบเพิ่มเติมเพื่อขยายฐาน ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เพิ่มขึ้น

4) เคยได้รับงบประมาณแต่สามารถเชื่อมโยงกับจังหวัดใกล้เคียง ของบประมาณตามแผนยุทธศาสตร์จังหวัดดำเนินการร่วมกัน

6. ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรม

1) OTOP Trader และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP  มีช่องทางในการจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น

2) OTOP Trader มีการพัฒนาแนวทางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในประเทศเพื่อนบ้าน และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์  ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในประเทศเพื่อนบ้าน

3) OTOP Trader และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP มีการเจรจาธุรกิจกับนักธุรกิจของประเทศเพื่อนบ้าน

4) ความสัมพันธ์ด้านการค้าของจังหวัดที่ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้านดีขึ้น

 

การตลาด ONLINE

เว็บไซต์ OTOPTODAY.COM

เพจเฟสบุ๊ค OTOP TODAY โอทอปทูเดย์

 

กลุ่ม Face Book : OTOP TODAY ฝากร้านขายของ

 

                

การ Live สด  ทาง Facebook : OTOP TODAY โอทอปทูเดย์ 

  1. ผลการดำเนินงานเดือนเมษายน  2563 (16-28 พฤษภาคม 2563)

1) ผลิตภัณฑ์ที่นำมา Live  จำนวน  156  ผลิตภัณฑ์  จำแนกดังนี้

อาหาร                               127  ผลิตภัณฑ์

เครื่องดื่ม                            9  ผลิตภัณฑ์

ผ้า เครื่องแต่งกาย                   6 ผลิตภัณฑ์

ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก     5 ผลิตภัณฑ์

สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร               9  ผลิตภัณฑ์

2) ยอดการจำหน่าย  เป็นเงิน  43,243  บาท

2. ผลการดำเนินงานเดือนพฤษภาคม  2563 (1-28 พฤษภาคม 2563)

1) ผลิตภัณฑ์ที่นำมา Live  จำนวน  427  ผลิตภัณฑ์  จำแนกดังนี้

อาหาร                               236  ผลิตภัณฑ์

เครื่องดื่ม                            22  ผลิตภัณฑ์

ผ้า เครื่องแต่งกาย                   112 ผลิตภัณฑ์

ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก     30 ผลิตภัณฑ์

สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร               27  ผลิตภัณฑ์

2) ยอดการจำหน่าย  เป็นเงิน  150,052  บาท

3) ผู้เข้าชมขณะ Live สด  จำนวน  3,521 คน

4) จำนวนลูกค้า  255  คน

5) จำนวนสินค้าที่ขายได้  769 ชิ้น

OTOP TRADER

กระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน พัฒนาสินค้าโอทอป ระดับ 1 – 3 ดาว ให้มีคุณภาพ และมีตลาดจำหน่าย กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้กำหนดมาตรการส่งเสริม ยกระดับของมาตรฐานสินค้า และการเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้าโอทอป โดยให้มีการคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถด้านการตลาด เรียกชื่อว่า โอทอปเทรดเดอร์ เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการพัฒนาและจำหน่ายสินค้าโอทอปที่มีคุณภาพ และมาตรฐาน ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ  กรมการพัฒนาชุมชนได้ออกระเบียบ “ ระเบียบกรมการพัฒนาชุมชน ว่าด้วยการส่งเสริมการดำเนินงานโอทอปเทรดเดอร์ พ.ศ. 2561”

“โอทอปเทรดเดอร์” หมายความว่า ตัวกลางในการจำหน่ายสินค้าโอทอป ที่มีคุณภาพมาตรฐาน และ  มีศักยภาพทางการตลาดแต่ขาดโอกาสและช่องทางในการจำหน่าย มีสองระดับ คือ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ

1. วัตถุประสงค์ของโอทอปเทรดเดอร์ มีดังต่อไปนี้

1) เป็นตัวกลางในการจำหน่ายสินค้าโอทอป ที่มีคุณภาพมาตรฐานและศักยภาพทางการตลาดแต่ขาดโอกาสและช่องทางในการจำหน่าย

2) ดำเนินการกระจายสินค้าโอทอป จากผู้ผลิต ผู้ประกอบการโอทอป ไปยังผู้ซื้อ ทั้งที่อยู่ภายในจังหวัด ระหว่างจังหวัด รวมถึงต่างประเทศ

3) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าโอทอป ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

4) จัดหาแหล่งจำหน่ายสินค้าโอทอป ในทุกรูปแบบ

2. จรรยาบรรณโอทอปเทรดเดอร์ ดังต่อไปนี้

1) ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับสินค้าโอทอปตั้งแต่ระดับ 3 ดาว ลงมาเป็นลำดับแรก

2) ไม่ผลิตสินค้าแข่งขันกับผู้ผลิต ผู้ประกอบการโอทอป

3) ปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไขที่ทำไว้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการโอทอป หรือโอทอปเทรดเดอร์ระดับจังหวัด แล้วแต่กรณี

4) ดำเนินกิจการด้วยความเอื้ออาทรและเป็นธรรมต่อลูกค้าที่เป็นผู้ซื้อสินค้า และผู้ผลิต ผู้ประกอบการโอทอปที่เป็นผู้ส่งสินค้า

5) ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

3. คณะกรรมการโอทอปเทรดเดอร์ระดับประเทศ  ตามคำสั่งกรมการพัฒนาชุมชนที่ 965/2561  ลงวันที่ 27 กันยายน 2561  ประกอบด้วย

นายวัชรพงศ์     ระดมสิทธิพัฒน์   จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประธาน

นายกฤติ          ปาละบุญมา      จังหวัดอุตรดิตถ์            กรรมการภาคเหนือ

นายณัฐวัตร      ตันสิริเสถียร      จังหวัดตรัง                 กรรมการภาคได้

นางสาวนารีรัช   อุทัยแสงสกุล     จังหวัดสระบุรี              กรรมการภาคกลาง

นายรณภพ       เภาว์โท           จังหวัดอุดรธานี            กรรมรารภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

นางสาวทัขชา    ปรีดาวิจิตรกุล    จังหวัดนครราชสีมา       กรรมการการตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

นายวิชาญ        ชัยกิจ             จังหวัดจันทบุรี             กรรมาคตะวันออก

นายสหัสนัย      ยืนยงค์           จังหวัดกาญจนบุรี         กรรมการภาคตะวันตก

นางสาวสุพัตรา   วงศ์โกเมศ        จังหวัดสระแก้ว            กรรมการจังหวัดชายแดน

มีหน้าที่ดังนี้

  1. แสวงหารวบรวมและคัดเลือกสินค้าโอทอปจากโอทอปเทรดเดอร์ระดับจังหวัดเพื่อเป็นตัวกลางในการจําหน่าย
  2. พัฒนาสินค้าโอทอปให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นและพร้อมจำหน่ายอาทิการจัดทำระบบคลังสินค้ารหัสสินค้าการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เป็นต้น
  3. สั่งซื้อสินค้าจากโอทอปเทรดเตอร์ระดับจังหวัดในรูปแบบเงินสดหรือประสานให้โอทอปเทรตเตอร์ระดับจังหวัดนำสินค้ามาฝากขายกับตนเอง
  4.  นำสินค้าโอทอปวางจำหน่ายในทุกช่องทางอาทิการจำหน่ายในร้านของโอทอปเทรดเดอร์ระดับประเทศส่งไปจำหน่ายในหน้าร้านของโอทอปเทรดเดอร์ระดับจังหวัดการจำหน่ายในงานแสดงและจำหน่ายสินค้าการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าการจำหน่ายออนไลน์เป็นต้น
  5. จัดทำร้านโอทอปเทรดเดอร์ระดับประเทศและขยายสาขาไปยังจังหวัดต่าง ๆ
  6. ให้คำแนะนำโอทอปเทรตเตอร์ระดับจังหวัดในการผลิตและพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด
  7. ดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมพัฒนาและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับสินค้าโอทอปทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการพัฒนาชุมชน

 

(Visited 1 times, 1 visits today)