ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP

ข้อมูลลงทะเบียน OTOP

กรมการพัฒนาชุมชนเริ่มดำเนินการลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เมื่อปี พ.ศ. 2546  โดยการจัดทำระบบฐานข้อมูลผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและเพิ่มเติมข้อมูลผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ทั้งรายเดิมที่เคยผ่านการลงทะเบียนแล้ว และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP รายใหม่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และเพื่อใช้ประโยชน์ในการกำหนดแผนการส่งเสริมและพัฒนาได้อย่างเหมาะสม ปัจจุบันกรมการพัฒนาชุมชนได้เปิดรับลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

1. วัตถุประสงค์การลงทะเบียนฯ

1.1 เพื่อจัดทำฐานข้อมูลผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้เป็นปัจจุบัน

1.2 เพื่อใช้ประโยชน์ในการกำหนดแผนการส่งเสริมและพัฒนาได้อย่างเหมาะสม

2. ประเภทผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP

2.1 กลุ่มผู้ผลิตชุมชน

2.2 ผู้ผลิตชุมชนที่เป็นเจ้าของรายเดียว

2.3 ผู้ผลิตที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

3. ประเภทผลิตภัณฑ์

3.1 ประเภทอาหาร แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

1) ผลิตผลทางการเกษตรที่ใช้บริโภคสด

2) ผลิตผลทางการเกษตรที่เป็นวัตถุดิบและผ่านกระบวนการแปรรูปเบื้องต้น

3) อาหารแปรรูปกึ่งสําเร็จรูป/สําเร็จรูป

3.2 ประเภทเครื่องดื่ม แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

1) เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

2) เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์

3.3 ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

1) ประเภทผ้า

2) เครื่องแต่งกาย

3.4 ประเภทของใช้/ของตกแต่ง/ของที่ระลึก แบ่งเป็น 7 กลุ่ม คือ

1) ไม้

2) จักสาน   ถักสาน

3) ดอกไม้ประดิษฐ์/วัสดุจากเส้นใยธรรมชาติ

4) โลหะ

5) เซรามิค/เครื่องปั้นดินเผา

6) เคหะสิ่งทอ

7) อื่นๆ

3.5 ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร  แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

1) ยาจากสมุนไพร

2) เครื่องสําอางสมุนไพร

3) วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน

 

ศูนย์บริการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก

กรมการพัฒนาชุมชนได้มีการส่งเสริมให้มีการจัดตั้งศูนย์บริการเศรษฐกิจฐานราก จำนวน 878 อำเภอ ตั้งแต่ปี 2555 – จนถึงปัจจุบัน โดยกำหนดเป้าหมายการให้บริการเพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาโครงการที่เกิดจากศักยภาพของชุมชน อันก่อให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน โดยการเชื่อมโยงการใช้ทรัพยากรของรัฐ ท้องถิ่นและจังหวัด เพื่อให้แต่ละชุมชนสามารถใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาอาชีพ โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนองค์ความรู้ใหม่ การเข้าถึงแหล่งทุน และพัฒนาขีดความสามารถการบริหารจัดการในการประกอบอาชีพ                    ด้วยการมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ด้วยกลยุทธ์ในการส่งเสริมการผลิตให้ได้มาตรฐานและส่งเสริมการบริหารผลิตภัณฑ์ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้ศูนย์บริการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเป็นช่องทางในการเชื่อมโยงการใช้ทรัพยากรจากแหล่งทุน แหล่งผลิต แหล่งตลาด แหล่งความรู้ทั้งภาครัฐและเอกชน

1. ความหมายของศูนย์บริการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก 

เป็นศูนย์ปฏิบัติการส่งเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ (Operation Center) เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนากลุ่มอาชีพที่มีพื้นฐานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และให้บริการผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP โดยบูรณาการทุนชุมชนและความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีในระดับอำเภอ เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาชีพ และรายได้ให้กับประชาชนในชุมชน

2. วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนากลุ่มอาชีพที่มีพื้นฐานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และให้บริการผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในระดับอำเภอ

2.2 เพื่อบูรณาการทุนชุมชนและความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีในระดับอำเภอ ในการส่งเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ

2.3 เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในชุมชน

3. คณะกรรมการบริหารศูนย์บริการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก  จำนวน 11–15 คน โดยมีองค์ประกอบดังนี้

นายอำเภอหรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมาย    เป็นประธานคณะกรรมการ

พัฒนาการอำเภอ                             เป็นเลขานุการ

ผู้แทนหน่วยงาน/องค์กร และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ที่นายอำเภอคัดเลือก จำนวน 5 คน

ผู้แทนผู้นำกลุ่ม/องค์กร/ครือข่าย ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP       ที่นายอำเภอคัดเลือก จำนวน 4-8 คน อาทิเช่น ประธานเครือข่ายผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ระดับอำเภอ ปราชญ์ชาวบ้าน นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและมีจิตใจต้องการช่วยเหลือชุมชน เป็นต้น

4. ภารกิจของศูนย์ฯ

ส่งเสริมและสนับสนุน ให้ประชาชนได้คันหาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่ในชุมชนของตนเองแล้วรวมตัวกันเป็นกลุ่มอาชีพ เพื่อสร้างสรรค์ เป็นผลิตภัณฑ์และบริการชุมชน รวมทั้งนำไปลงทะเบียนเป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จากนั้นส่งเสริมให้มีความเข้มแข็งโดยการบูรณาการทุนชุมชน และความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีในระดับอำเภอ เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาชีพ และรายได้ให้กับประชาชนในชุมชน ดังนี้

4.1 ส่งเสริมให้ประชาชนได้คันหาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ได้ แล้วจัดทำคลังภูมิปัญญาท้องถิ่นระดับอำเภอ

4.2 ส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเป็นกลุ่มอาชีพสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและพัฒนาเข้าสู่โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

4.3 ส่งเสริมความเข้มแข็งกลุ่มอาชีพ และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ทั้งในด้านการผลิต การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และการตลาด

4.4 จัดหาช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ให้กับกลุ่มอาชีพ และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP

4.5 ส่งเสริมให้กลุ่มอาชีพ และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนจากกองทุนชุมชนและสถาบันทางการเงินในพื้นที่

3.1.4.6 ส่งเสริมให้กลุ่มอาชีพ และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP พัฒนาไปสู่การเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) และหรือธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business)

5. กลุ่มเป้าหมายในการส่งเสริมและให้บริการ    กลุ่มเป้าหมายในการส่งเสริมและให้บริการของศูนย์บริการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

5.1 ประชาชน/กลุ่ม/องค์กร ที่สนใจในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างสรรค์                      เป็นผลิตภัณฑ์ OTOP

5.2 ประชาชน/กลุ่ม/องค์กร ที่มีกิจกรรมในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ OTOP แต่ยังมิได้นำมาลงทะเบียนเป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP

5.3 ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน ในฐานข้อมูลปีปัจจุบันทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายตามข้อ 5.1 และ 5.2 ให้รวมตัวกันเป็นกลุ่มอาชีพ

6. การประเมินศูนย์บริการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก

กรมการพัฒนาชุมชนดำเนินการประเมินศูนย์ฯ เมื่อปี พ.ศ. 2555  เพื่อจัดระดับการพัฒนาของศูนย์บริการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก  โดยกำหนดเกณฑ์การจัดระดับการประเมินศูนย์บริการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก  ดังนี้

ระดับดี (A) มีคะแนนรวมจากการประเมินมากกว่า 35 คะแนน

ระดับพอใช้ (B) มีคะแนนรวมจากการประเมินระหว่าง 20-35 คะแนน

ระดับปรับปรุง (C) มีคะแนนรวมจากการประเมินน้อยกว่า 20 คะแนน

 

โรงเรียน OTOP

กรมการพัฒนาชุมชนได้นำรูปแบบโรงเรียน OTOP มาใช้เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้เรียนรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ครบทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง อย่างเป็นองค์รวม  และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย อีกทั้งให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้เรียนรู้แนวทางการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากกระบวนการพัฒนา OTOP เนื้อหาหลักสูตรประกอบไปด้วยชุดข้อมูลความรู้ทางวิชาการและการฝึกปฏิบัติจริงในสถานที่จริง  โดยมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่ประสบผลสำเร็จเป็นทีมวิทยากร  โดยใช้สถานที่เรียนรู้ในชุมชนและเครือข่ายเป็นกลไกสำคัญ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้พัฒนากลุ่ม พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน รูปแบบที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างงาน  สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ประชาชนฐานราก  โดยเป็นการแบ่งปันและการถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “พี่สอนน้อง”

 

พัฒนาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP

การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP จากระบบฐานข้อมูลการลงทะเบียนผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP  เสริมสร้างความสามารถของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้มีความรู้ในการบริหารจัดการธุรกิจสมัยใหม่ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและความคิดสร้างสรรค์ เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ส่งเสริมช่องทางการตลาด Online ยุคการตลาดแบบ E-Commerce การสร้างเครือข่ายผู้ผลิตผู้ประกอบการ  การใช้กลไกขับเคลื่อนการดำเนินงาน OTOP คือ ศูนย์บริการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก  เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และบริหารจัดการ เพื่อยกระดับการพัฒนาผู้ประกอบการ OTOP ให้มีความสามารถในการแข่งขัน เป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการอัจฉริยะเพื่อขับเคลื่อน OTOP สู่สากล

 

 

OTOP ชวนชิม

กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการ OTOP ชวนชิม โดยการจัดทำเกณฑ์มาตรฐาน OTOP ชวนชิม 5 ด้าน 25 ข้อ  ประกอบด้วย

 

ประเด็น ตัวชี้วัด
1. ด้านคุณภาพอาหาร
1.1 อาหารสด 1) ล้างให้สะอาดก่อนปรุง

2) เก็บเป็นสัดส่วน

3) เนื้อสัตว์ดิบเก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส

1.2 สารปรุงแต่งอาหาร 1) มีความปลอดภัย

2) มีเครื่องหมายรับรองของทางราชการ

1.3 อาหารปรุงสุก 1) เก็บในภาชนะสะอาด มีการปกปิด

2) วางสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 ซม.

1.4 น้ำแข็ง 1) เก็บในภาชนะที่สะอาดมีฝาปิด

2) ใช้อุปกรณ์ที่มีด้ามสำหรับคีบ หรือตักโดยเฉพาะ

2. ด้านสถานที่เตรียมปรุง/ประกอบอาหาร
2.1 สะอาด เป็นระเบียบ เป็นสัดส่วน
2.2 เตรียมปรุงบนโต๊ะที่สูงจากพื้น  อย่างน้อย 60 ซม.
3. ภาชนะ/อุปกรณ์
3.1 ภาชนะ 1) ไม่ใช้ภาชนะโฟมในการใส่อาหารให้ลูกค้า

2) ล้างภาชนะด้วยน้ำยาล้างภาชนะ

3.2 เขียงและมีด 1) มีสภาพดี สะอาด

2) แบ่งใช้ระหว่างเนื้อสัตว์สุก  ดิบ และผักผลไม้

3.3 ช้อน ส้อม ตะเกียบ วางตั้งเอาด้ามขึ้นในภาชนะที่โปร่ง สะอาด
4. ผู้สัมผัสอาหาร
4.1 ผู้ปรุงอาหาร 1) แต่งกายสะอาด สวมเสื้อมีแขน

2) ผูกผ้ากันเปื้อน สวมหมวกหรือเน็ทคลุมผม

3) ไม่สูบบุหรี่ขณะปรุงอาหาร

4.2 ผู้จำหน่ายอาหาร 1) แต่งกายสะอาด สวมเสื้อมีแขน

2) ผูกผ้ากันเปื้อน สวมหมวกคลุมผม

3) ใส่ถุงมือหรือใช้อุปกรณ์หยิบจับอาหาร

5. ราคา
5.1 กำหนดราคาไม่เกินจาน/ถ้วยละ 40 บาท
5.2 มีป้ายบอกราคาที่ชัดเจน
5.3 หากจะขายเกินราคาที่กำหนดตามข้อ 5.1 ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้รับผิดชอบ

 

OTOP ขึ้นเครื่อง

การดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ให้จำหน่ายบนเครื่องบิน  เป็นนโยบายพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ให้จำหน่ายบนเครื่องบิน โดยเร่งรัดการพัฒนาคุณภาพ (เล็ก ดี มีคุณภาพ) และประสานสายการบิน เพื่อนำผลิตภัณฑ์ OTOP ขึ้นไปจำหน่าย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชนดำเนินการ โดยได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2559 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ณ กรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งมีหน่วยงานภาคีร่วมการดำเนินงาน จำนวน 8 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการพัฒนาชุมชน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท มอลล์ (ไทยแลนด์) จำกัด

1. วัตถุประสงค์

เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ให้มีคุณภาพ มาตรฐานและมีบรรจุภัณฑ์เหมาะสม เพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และยกระดับ BRAND OTOP สู่สากล

2. ผลการดำเนินงาน  ดำเนินการเมื่อปี 2559  จัดทำแคตตาล็อกรวม 10 รอบ  ดังนี้

รอบที่ 1 ดำเนินการระหว่างเดือนสิงหาคม  – พฤศจิกายน 2559

รอบที่ 2 ดำเนินการระหว่างเดือนธันวาคม 2559  – มีนาคม 2560

รอบที่ 3 ดำเนินการระหว่างเดือนเมษายน – สิงหาคม 2560

รอบที่ 4 ดำเนินการระหว่างเดือนกันยายน 2560 –  เมษายน 2561

รอบที่ 5 ดำเนินการระหว่างเดือนพฤษภาคม  –กรกฎาคม 2561

รอบที่ 6 ดำเนินการระหว่างเดือนสิงหาคม – ตุลาคม 2561

รอบที่ 7 ดำเนินการระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2561 – มกราคม 2562

รอบที่ 8 ดำเนินการระหว่างเดือนสิงหาคม – ตุลาคม 2562

รอบที่ 9 ดำเนินการระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2562 – มกราคม 2563

รอบที่ 10 ดำเนินการระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2563 – เมษายน 2563

 

อบรมออนไลน์

กรมการพัฒนาชุมชน เริ่มดำเนินโครงการส่งเสริมผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ด้านการจำหน่ายสินค้า Online  เมื่อปี พ.ศ. 2562

1. วัตถุประสงค์

  • เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า OTOP ผ่านระบบ Online ให้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP
  • เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP มีรายได้เพิ่มขึ้น

2. เป้าหมาย  กลุ่มเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 582 คน ประกอบด้วย

รอบที่ 1 ผู้ประกอบการฯ จำนวน 150 คน

รอบที่ 2 จำนวน 280 คน (ผปก. OTOP จำนวน 250 คน และ จนท.จว. จำนวน 30 คน)

รอบที่ 3 จำนวน 152 คน (ผปก. OTOP จำนวน 152 คน)

3. การดำเนินงาน

ดำเนินการจัดฝึกอบรมผู้ผลิต ประกอบการ OTOP ด้านการจำหน่ายสินค้า Online ผ่านเว็บไซต์ www.weloveshopping.com  จำนวน 3 รุ่น หลักสูตรเน้นความรู้ด้านการจำหน่ายสินค้า Online นโยบายการเป็นผู้ขายของเว็บไซต์ ฝึกปฏิบัติเขียนเนื้อหาผลิตภัณฑ์ (Content) และการถ่ายภาพสินค้าให้สามารถขายได้ระบบ Online และการขึ้นระบบเพื่อนำสินค้า เข้าจำหน่าย Online ในเว็บไซต์ www.weloveshopping.com                                โดยดำเนินการฝึกอบรมผู้ผลิต ประกอบการ OTOP ด้านการจำหน่ายสินค้า OTOP Online จำนวน 3 รอบ ระยะเวลารุ่นละ 3 วัน ดังนี้

รอบที่ 1 กลุ่มเป้าหมาย ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP จำนวน 150 คน แบ่งออกเป็น 3 รุ่น ๆ ละ 50 คน ดำเนินการเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2562

รอบที่ 2 กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 280 คนประกอบด้วย ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP จำนวน 250 คน และเจ้าหน้าที่จังหวัด จำนวน 30 คน แบ่งออกเป็น 5 รุ่น ๆ ละ 56 คน ดำเนินการ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม –   3 สิงหาคม 2562

รอบที่ 3 กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 280 คนประกอบด้วย ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP จำนวน  152 คน แบ่งออกเป็น 2 รุ่น ๆ ละ 76 คน ดำเนินการ เมื่อวันที่ 24 – 26 และ 27 – 29 กันยายน 2562

4. ผลการดำเนินงาน

กระบวนการฝึกอบรมได้มุ่งเน้นการให้ความรู้และทักษะด้านการจำหน่ายสินค้า Online , การจัดทำ Content ผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการจำหน่ายในตลาด Online , การถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับการจำหน่ายในตลาดออนไลน์ , การเป็นผู้ขายในเว็บไซต์ รวมถึงการฝึกปฏิบัติในทุกรายวิชา โดยได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจาก www.weloveshopping.com   และภาคเอกชนที่มีองค์ความรู้เฉพาะด้านมาทำการสอนและให้คำแนะนำ

ผู้ผลิตประกอบการ OTOP ที่ผ่านการอบรมได้สมัครเข้าเป็นผู้จำหน่ายสินค้าผ่าน www.weloveshopping.com  แล้ว จำนวน 311 ราย และได้รับการอนุมัติจากเว็บไซต์ให้จำหน่ายออนไลน์แล้ว จำนวน 311 ร้านค้า มีสินค้าที่ออนไลน์ จำนวน 492 สินค้า สำหรับรายอื่นทางเว็บไซต์จะเร่งดำเนินการตรวจหลักฐานเพื่ออนุมัติให้จำหน่ายออนไลน์ต่อไป

 

คณะกรรมการเครือข่าย OTOP

กรมการพัฒนาชุมชนสนับสนุนให้จังหวัดจัดตั้งเครือข่าย OTOP ระดับอำเภอและระดับจังหวัด เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการสินค้า OTOP ด้วยการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการได้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน เพื่อเครือข่าย OTOP ยังเป็นช่องทางส่งเสริมให้มีการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นการอนุรักษ์องค์ความรู้ที่ได้รับการสั่งสมให้ดำรงอยู่ สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชนได้อีกทางหนึ่ง  โดยคณะกรรมการเครือข่าย OTOP มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี

1. ภารกิจของคณะกรรมการเครือข่าย OTOP

1) สำรวจและจัดทำข้อมูลผู้ประกอบการในพื้นที่

2) จัดทำแผนงาน โครงการในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการในพื้นที่

3) จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการเครือข่าย

4) บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ ทั้งทางด้านการบริหารจัดการ การผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด และการเข้าถึงแหล่งทุน

5) จัดหาช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ประกอบการอย่างเท่าเทียมกัน

6) แสวงหาและจัดหาทุนเพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมของเครือข่าย

7) ให้ข้อมูลการดำเนินงานของเครือข่ายร่วมกับส่วนราชการและภาคีการพัฒนาที่เกี่ยวข้อง ตามที่ได้รับการร้องขอ ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการเครือข่าย OTOP เป็นไปด้วยหลักธรรมาภิบาล

8) จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ประกอบการ

9) ติดตามและประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของผู้ประกอบการในพื้นที่

10) สรุปผลการดำเนินงานประจำปีของเครือข่าย OTOP

11) ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคณะกรรมการเครือข่าย สมาชิก และผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP

12) เสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายโดยจัดให้มีการประชุมเป็นประจำและต่อเนื่อง

13) ส่งเสริมด้านการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการตลาด

14) จัดหาทุนดำเนินการของเครือข่าย OTOP

15) ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานเครือข่าย OTOP

 2. คณะกรรมการเครือข่าย OTOP มื 4 ระดับ

1) คณะกรรมการเครือข่าย OTOP ระดับอำเภอ  จำนวน 878 คณะ

2) คณะกรรมการเครือข่าย OTOP ระดับจังหวัด  จำนวน 76 คณะ

3) คณะกรรมการเครือข่าย OTOP ระดับภาค  จำนวน 4 คณะ

4) คณะกรรมการเครือข่าย OTOP ระดับประเทศ  จำนวน 1 คณะ

(Visited 1 times, 1 visits today)